ตักบาตรดอกไม้

posted on 30 Jul 2008 17:41 by goople

เมื่ออาทิตย์ก่อน เปิ้ลได้ไปตักบาตรดอกไม้ในวันเข้าพรรษามาค่ะ เพราะ 1 ปี จะมีครั้งเดียวเท่านั้น ที่เราจะได้ไปทำบุญตักบาตรดอกไม้ จริงๆ แล้วการตักบาตรดอกไม้เป็นประเพณีที่ทำกันในจังหวัดสระบุรี

เพื่อให้พุทธสถานิกชนได้นำดอกไม้มาร่วมกันบูชาพระสงฆ์ ซึ่งเปิ้ลเองก็เพิ่งทราบค่ะว่า จริงๆ แล้วการตักบาตรดอกไม้นี้ มีจัดขึ้นใน กรุงเทพฯ ของเราด้วย จัดขึ้นที่วัดบวรนิเวศวิหาร แถวบางลำพูค่ะ

ซึ่งเป็นประเพณีที่เขาจัดต่อเนื่องกันมาหลายปีแล้ว ปีนี้ ฤกษ์งามยามดี เปิ้ลเลยตั้งใจไปทำบุญตักบาตรดอกไม้กับคนอื่นเขาสักหน่อยค่ะ

 

เริ่มต้นด้วยการค้นหาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต มีคนเคยไปมา บอกว่า

เขาต้องไปจองที่นั่งกันตั้งแต่ 8 โมงเช้า เพื่อรอตักบาตรประมาณ 5 โมงเย็น

โดยในระหว่างการรอนั้น ก็นั่งจัดดอกไม้ ร้อยพวงมาลัยไปเรื่อยๆ จนถึงเวลาที่พระสงฆ์จะออกมา

อ่านแล้วก็อึ้งค่ะ ไปตั้งแต่ 8 โมงเลยหรือ ทำไมเช้าจังหนอ?!? แล้วปีนี้จะยังมีอยู่ไหม?

แล้วก็ไปพบเว็บไซต์ของวัดบวรฯ ค่ะ เปิ้ลเลยพยายามติดต่อด้วย email และหมายเลขโทรศัพท์ ที่ทางเว็บไซต์ระบุไว้ แล้วก็เงียบค่ะ ไม่มีการติดต่อใดๆ กลับมาเลย เปิ้ลเลยคิดขึ้นได้ว่า

ควรจะโทรไปหาทาง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ซึ่งได้รับข้อมูลมาว่า ปีนี้

ยังคงมีประเพณีตักบาตรดอกไม้ที่วัดบวรฯ อยู่เหมือนเช่นทุกปีค่ะ และจัดเวลาประมาณ บ่าย 3 – 5 โมงเย็นค่ะ

 

 

 

เนื่องจากเปิ้ลไม่ได้เตรียมดอกไม้ไป เพราะคิดว่า แถวบางลำพู ต้องมีขายดอกไม้แน่ๆ

จึงไปก่อนเวลาเล็กน้อย คือ บ่าย 2 โมง แล้วก็เข้าไปเดินดูในรอบๆ วัด มีคนมาจองที่แล้วจริงๆ ด้วยค่ะ

แต่ไม่เยอะมาก ส่วนใหญ่ เอากระดาษหนังสือพิมพ์มาปูบ้าง มีเสื่อบ้าง เก้าอี้บ้างเล็กน้อย เปิ้ลก็เห็นว่า

ยังมีที่อีกเยอะค่ะ ออกไปเดินหาซื้อดอกไม้ก่อน แล้วเปิ้ลก็ได้ไปเจอกับดอกเข้าพรรษามาค่ะ ซึ่งปีนึงจะออกดอกเพียงครั้งเดียวเท่านั้น คือในช่วงเข้าพรรษา ก็เลยทำการซื้อดอกเข้าพรรษาและดอกไม้อื่นๆ อีกนิดหน่อยมาเตรียมใส่บาตรค่ะ จริงๆ อยากไปนั่งร้อยพวงมาลัยบ้าง

แต่ไม่มีใครขายดอกมะลิเป็นถุงๆ ละแวกนั้นเลยค่ะ

(กะว่าถ้ามีจะหัดร้อยพวงมาลัยให้เป็นภายในวันเดียวนี่แหละ 555)

บ่าย 3 โมงแล้วค่ะ ยังไม่มีวี่แววว่าพระท่านจะเดินกันออกมาเลย จึงไปถามแม่ค้าแถวนั้น เ

ขาก็บอกว่า 4 โมงค่ะ พอใกล้ๆ จะ 4 โมง คนมาเยอะเลยค่ะ ที่นั่งที่เคยมีอยู่ เริ่มไม่มีที่ว่างแล้ว แต่พอ 4 โมงคนแถวนั้นก็บอกอีกว่า พราท่านจะออกมาตอน 5 โมงเย็น โหรอนานมาก

(น่าจะเอา notebook ไปด้วย) ช่วงเวลาแห่งการรอนั้น ก็ทำบุญด้วยการให้ขนมปังเลี้ยงปลา

และเลี้ยงเต่าภายในบ่อน้ำข้างๆ ค่ะ และแน่นอนค่ะว่า ขนมปังที่ใช้เลี้ยงปลาก็คือ

ขนมปังบางลำพู ที่ขึ้นชื่อลือชาของที่นี่นั่นเอง เพราะไหนๆ ก็มาแล้ว

ขอแวะซื้อเพื่อมากินและเลี้ยงปลาหน่อยล่ะกัน

ได้เวลาแล้ว คนแน่นมากกกก ตอนนี้ ไม่มีกระทั่งที่จะยืนแล้ว เมื่อพระสงฆ์ท่านเดินออกมา

ทุกคนก็ใส่ดอกไม้ให้ท่านจนเต็มย่าม ท่านเดินเพียง 2 ก้าว ก็ต้องมีลูกศิษย์ คอยนำดอกไม้ออกมาใส่ถุงต่างหากแล้ว ซึ่งมีพระออกมารับดอกไม้อยู่ทั้งสิ้นประมาณ 60 – 70 รูป แต่มีประชาชนไปใส่บาตรประมาณ 300 กว่าคนเลยทีเดียว

ประมาณ 6 โมงนิดๆ การใส่บาตรดอกไม้ก็เสร็จเรียบร้อยด้วยดี ปีนี้ เปิ้ลเลยทำบุญดอกไม้

และขอนำบุญมาฝากเพื่อนๆ คนทำ AdSense ทุกๆ คนด้วยค่ะ

 

เรื่องเล่าวันนี้ หากมองดีๆ จะเห็นว่า เรื่องใกล้ตัวเรา บางทีเราก็อาจจะมองเลยข้ามไปก็ได้ค่ะ

อย่างเช่น การตักบาตรดอกไม้ ที่เปิ้ลไม่เคยทราบมาก่อนเลยว่า มีจัดขึ้นในกรุงเทพฯ ด้วย ดังนั้น

เปิ้ลอยากให้เพื่อนๆ ลองมองสิ่ง รอบๆ ตัวและทดลองสิ่งใหม่ๆ

ในชีวิตเพื่อสร้างความสุขในชีวิตของเราทุกๆ วันกันเถอะค่ะ ^ ^

edit @ 30 Jul 2008 17:59:52 by goople

ข้อคิดจากลานน้ำแข็ง

posted on 07 Jul 2008 16:36 by goople

สวัสดีค่ะ คุณ{!name}

 

เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา เปิ้ลได้มีโอกาสไปเล่น สเก็ตน้ำแข็ง ครั้งแรกในชีวิตค่ะ ซึ่งตอนนี้ หาลานเล่นสเก็ตน้ำแข็งยากเหลือเกิน เพราะไม่ได้รับความนิยมเหมือนเมื่อหลายปีก่อนแล้ว และเมื่อเปิ้ลก้าวเท้าเข้าลานสเก็ตครั้งแรก ผลก็เป็นไปอย่างที่คาดไว้คือ ล้มไม่เป็นท่า แถมยังเอามือไปฟาดเข้าที่ประตูทางเข้าอีกด้วยค่ะ จนต้องมีหลายๆ คนมาช่วยเอาเปิ้ลออกไปจากลานสเก็ตในทันที เมื่อออกไปแล้วก็ตั้งสตินิดนึง แล้วก็ลองเดินกลับเข้าไปที่ลานสเก็ตอีกครั้งหนึ่ง คราวนี้ดีหน่อยค่ะ ที่มีเจ้าหน้าที่มาคอยแนะนำว่า เราจะเดินเข้าไปได้อย่างไร

 

จากนั้น เปิ้ลก็ค่อยๆ พยายามเกาะรั้วเดินไปตลอด ซึ่งแน่นอนคะว่า เปิ้ลยืนแทบไม่ได้เลย  กังวลและมองพื้นที่เดินตลอดเวลา โดยไม่เงยหน้าขึ้นมามองอะไรเลย แล้วเขาก็มาบอกว่าให้ลองยืนตรงๆ มองไปข้างหน้าแล้วค่อยลองเดินอีกครั้ง มันทำให้เปิ้ลเดินได้ดีขึ้นค่ะ  สักพักก็กล้าที่จะปล่อยมือที่เกาะรั้วไว้ได้แล้ว (ภูมิใจอ่ะ ^ ^)

 

 

ซึ่งตอนนี้ เปิ้ลสามารถเดินได้บนลานสเก็ตน้ำแข็งแล้วค่ะ แต่ยังไม่สามารถไถลไปได้อย่างราบรื่นนัก โดยเปิ้ลถือว่า เปิ้ลทำได้ดีแล้ว เมื่อเทียบกับเวลาแค่เพียง 1 ชม. ที่ได้เล่นไป

 

โดยในการไปเล่นสเก็ตน้ำแข็งในครั้งนี้ ทำให้เปิ้ลได้ข้อคิดมาบอกเพื่อนๆ ทุกคนดังนี้ค่ะ

  1. การที่เราล้มลงครั้งแรกที่ทำ ไม่ได้หมายความว่า เราจะล้มทุกครั้งที่ทำ ดังนั้นหากเพื่อนๆ คนไหน ทำ adsense แล้วไม่ได้เงินสักที ก็ลองปรับเปลี่ยนวิธีสักเล็กน้อย หรือขอคำแนะนำจากเพื่อนๆ ที่มีประสบการณ์ในการทำมาช่วยไกด์ไลน์ในการทำ เปิ้ลก็มั่นใจว่า พวกเราทุกคนก็จะสามารถลุกขึ้นมายืนและเดินกลับเข้าสนามอย่างภาคภูมิได้ค่ะ
  2. ถ้ามัวแต่พะวงกลับปัญหา คุณจะไม่มีวันพบทางออก เหมือนอย่างตอนที่เปิ้ลหัดเดินนั้น เปิ้ลมัวแต่มองพื้น เพราะกลัวว่าจะล้มอีก โดยไม่หันขึ้นมามอง สิ่งรอบๆ ตัว ไม่มองทางเดินข้างหน้า มัวแต่ย้ำคิดย้ำทำ กับปัญหาที่เราเดิน ทำให้ก้าวเดินไม่ไปไหนสักที ดังนั้น หากเราพบปัญหาหรืออุปสรรคใดๆ ไม่ว่าจะเป็นการทำ adsense หรือการทำธุรกิจใดๆ อย่ามัวมองและคิดแต่ปัญหา ให้มองถึงทางข้างหน้าและอนาคตที่เราจะก้าวเดินต่อไปค่ะ ปัญหาทุกอย่างมีทางออกเสมอ เพียงแค่เราเปิดใจและเปิดตาขึ้นมามองดูทุกสิ่งที่อยู่รอบๆ ตัว แล้วเราก็พบว่า ทางออกเสมอค่ะ
  3. จงภูมิใจกับความสำเร็จเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิต อันนี้ คือสิ่งที่สำคัญมากในการดำรงอยู่เลยนะคะ ไม่ว่าเราจะทำอะไร จงภูมิใจกับสิ่งที่เราได้ทำลงไป แม้ว่า สิ่งที่ได้รับมานั้น มันจะเล็กน้อยในสายตาคนอื่น แต่ให้เราภูมิใจในความสำเร็จเล็กๆ น้อยๆ ที่เราได้รับค่ะ การทำแบบนี้ จะช่วยฟื้นฟูกำลังใจของเรา และทำให้มีพลังในการก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคงค่ะ

 

สุดท้ายนี้ เปิ้ลก็อยากให้เพื่อนๆ ลองมองสิ่งใหม่ และลองทำดูนะคะ เพราะเราสามารถเรียนรู้และสร้างข้อคิดได้จากสิ่งใหม่ๆ ที่เราได้ทำเสมอๆ ค่ะ

 

ขอความสำเร็จอยู่คู่คุณ

Success AdSense!

 

Apple_lin