วันนี้เปิ้ล อยากจะมาขอเล่าถึงเรื่อง "ศูนย์ศึกษาพัฒนา โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ" สักหน่อยนะคะ.. โดย ศูนย์การศึกษาพัฒนา อันเนื่องมาจากพระราชดำรินั้น มีอยู่ด้วยกัน 6 แห่งทั่วประเทศ ดังนี้

  1. ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.ฉะเชิงเทรา
  2. ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.นราธิวาส
  3. ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.จันทบุรี 
  4. ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.เพชรบุรี 
  5. ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.เชียงใหม่ 
  6. ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.สกลนคร 

ซึ่งจากทั้ง 6 แห่งที่กล่าวมา เปิ้ลมีโอกาสได้ไปเยี่ยมชมแค่ที่เดียวเท่านั้น คือ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.สกลนคร โดยได้ไปมาเมื่อประมาณต้นปี 2559 ที่ผ่านมานี้เอง มันมีความประทับใจมากมาย จนไม่สามารถบรรยายได้หมด วันนี้ จึงขอเขียน blog เพื่อให้พี่น้อง เพื่อนฝูง ได้รับทราบถึง พระราชกรณียกิจของในหลวงของเรา ว่ายิ่งใหญ่สักเพียงไหน

 

อย่างที่เราทราบกันมานานแล้วว่า พื้นที่ทางภาคอีสานนั้น เป็นพื้นที่แห้งแล้ง เพาะปลูกลำบาก ชาวบ้านไม่สามารถทำอาชีพอะไรได้ เมื่อในหลวงเสด็จไปถึง จึงพระราชดำริให้จัดตั้งศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานขึ้น เพื่อศึกษาและทำให้ชาวบ้าน รับทราบว่า ถ้าในพื้นที่เดียวกัน ดินเดียวกัน สามารถปลูกหรือทำไร่ต่างๆ ได้ เริ่มตั้งแต่ ด้วยการนำต้นยางพารา ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจ ที่ทำรายได้ได้ดี และอย่างที่เราทราบกันดีว่า เคยเห็นการปลูกยางพาราแต่ที่ ภาคใต้ เท่านั้น แต่ในหลวงท่านทรงมีพระราชดำริให้ปลูกยางพารา ซึ่งเป็นยางพาราต้นแรกในภาคอีสาน ตั้งอยู่ในโครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานที่นี้นี่เอง

นอกจากนี้ ที่ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพาน ยังมีชื่อเสียงเรื่อง “3 ดำ” แห่งภูพาน คือ ประกอบสัตว์ 3 ดำ อันได้แก่ “โคดำ ไก่ดำ และหมูดำ” โดยแต่ละ 3 ดำ แต่ละอย่างมีดังนี้

ไก่ดำ เป็นที่นิยมกินกันมากในคนชาวจีน ซึ่งการเลี้ยงไก่ดำ นี้ ทำให้ชาวบ้าน ที่นำไก่ไปเลี้ยงขายได้ราคาสูงขึ้น จากเดิม กก. ละ 80 บาท กลายเป็น กก. ละ 250 บาท เลยทีเดียว

ยังมี โคดำ ที่ทางในหลวง ได้ส่งนักวิจัยไปเรียนรู้ วัวจากประเทศญี่ปุ่น ที่เป็นโคเนื้อ คุณภาพดี รสชาติอร่อย ว่าจะสามารถมาเลี้ยงในเมืองไทยของเราได้หรือไม่? และก็พบว่า ที่บอกว่า ให้วัวกินเบียร์ เลี้ยงแบบโน่น แบบนี้ เป็นเพียงแค่ค่าการตลาดเท่านั้น ไม่ได้มีผลกับเนื้ออย่างแท้จริง ซึ่งเราไม่จำเป็นต้องให้วัวกินเบียร์ ก็สามารถเลี้ยงให้มีเนื้อและรสชาติใกล้เคียงตามที่เขาโฆษณาได้เช่นกัน

และดำสุดท้าย คือ หมูดำ ซึ่งเป็นลูกผสมของไทย-จีน ทำให้มีเนื้อเยอะขึ้น และรสชาติดีขึ้น ขายได้ราคาดี

จากการสอบถามกับเจ้าหน้าที่โครงการฯ บอกว่า ในสมัยแรกๆ นั้น ในหลวงทรงโปรดให้ แจกจ่าย ไก่ โค และหมูให้กับชาวบ้าน เพื่อให้ชาวบ้านนำไปเลี้ยงและหารายได้ต่อไป แต่ชาวบ้าน เมื่อได้มา ก็เชือดคอขาย เลย และรอว่า ปีหน้าค่อยได้รับแจกใหม่ ทำให้ต้องปรับกลยุทธ์ ด้วยการให้ชาวบ้าน มาซื้อ พ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ จากโครงการไปแทน เพื่อให้เลี้ยงและขยายพันธุ์ต่อไป และตั้งราคาสูงๆ ไว้สักหน่อย แต่ไม่ได้ตั้งราคาขึ้นมาเพื่อหากำไร เพียงแต่ต้องทำเพื่อให้ชาวบ้าน รู้สึกว่าเป็น ของแพง ไม่อยากฆ่า และต้องเลี้ยงไว้เพื่อขยายพันธุ์ต่อไป

เนื่องจาก เจ้าหน้าที่ ดูเป็นคนที่มีความรู้และเชี่ยวชาญเป็นอย่างดี จึงได้สอบถามว่า มาทำงานในที่ต่างจังหวัดแบบนี้ ไม่ลำบากหรอ? เจ้าหน้าที่บอกอย่างภาคภูมิใจว่า “ดีใจที่ได้ทำเพื่อในหลวง และชาวบ้าน ซึ่งเป็นคนไทย รายได้ที่นี่ อาจจะไม่มากมายนักถ้าเทียบกับการไปทำงานที่อื่น แต่ถ้าเราใช้ชีวิตอย่างพอเพียง ตามคำสอนของพ่อ เราก็ไม่เดือดร้อน และมีความสุขใจที่ได้ทำเพื่อในหลวง และคนอื่นๆ” เป็นคำพูดที่แสนประทับใจมากกก

นอกจาก “3 ดำ แห่งภูพาน” ที่มีชื่อเสียงแล้ว ที่นี่ยังทดลองเลี้ยงกวาง เพื่อนำเขากวางไปขาย เป็นยาบำรุงกำลังอีกด้วย ซึ่งในอนาคตข้างหน้า จะเปิดเป็นร้านอาหาร ให้ผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชม ศูนย์พัฒนา โครงการหลวงนี้ ได้ชิมและจับจ่ายซื้อสินค้าในโครงการกลับไปอีกด้วย เพื่อต่อยอดธุรกิจ และมีรายได้มาเลี้ยงดูโครงการนี้ ให้อยู่รอดต่อไป..

โดยนี่ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานเท่านั้น เพราะที่นี่ มีพื้นที่โครงการประมาณ 1,800  ไร่ ซึ่งจุดนี้ เป็นแค่ส่วนหนึ่งของโครงการทั้งหมด และภาพที่ของในหลวงที่เราเคยเห็นกันจนชินตา ที่พระองค์ทรงเดินข้ามฝาย เล็กๆ อันนี้ด้วย

 

อยากให้เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ หรือทุกคนถ้ามีโอกาส แวะไปเยี่ยมชมที่ ศูนย์พัฒนาการศึกษาภูพาน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่จังหวัด สกลนคร กันนะคะ.. แล้วเราจะยิ่ง “รักในหลวง” ของเรามากยิ่งขึ้นค่ะ ท่านทรงทำทุกสิ่งเพื่อประชาชนและประเทศชาติเรามากมายเหลือเกิน

บัดนี้ ข้าพเจ้า นางสาว ปภาดา อมรนุรัตน์กุล ขอน้อมนำคำสอนของพ่อมาใช้ และขอส่งเสด็จพระองค์ท่านสู่สวรรคาลัยด้วยเถิด

 

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ

ป.ล. หากใช้คำราชาศัพท์ไม่ถูกต้อง ขออภัยไว้ ณ ที่นี่ด้วยค่ะ

edit @ 22 Oct 2016 16:30:14 by goople

คนเราจะรักกับใครสักคนได้ใน 1 วันหรอ?

เคยดูการ์ตูนของ Disney ไหมคะ? เจ้าชาย-เจ้าหญิง เจอกันเพียงแค่ 5 นาที ก็รักกันได้แล้ว?? สงสัยไหมว่า ทำไมรักกันเร็วจริง >*< 

วันนี้ได้มีโอกาสไปดูหนังรักของค่ายน้องใหม่ แต่หน้าเก่าอย่าง "gdh" เรื่อง แฟนเดย์ แฟนกันแค่วันเดียว ที่นำแสดงโดย เต๋อ ฉันทวิชช์ และ มิว นิษฐา จิรยั่งยืน โดยผู้กำกับมากฝีมืออย่างคุณ บรรจง ปิสัญธนะกูล ที่นำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับ ผู้ชายที่บุคลิกแปลกๆ พูดจาตรงๆ คุยเป็นแต่เรื่องที่ตัวเองรู้เท่านั้น กับนางเอก แสนสดใส ร่าเริง ยิ้มเก่ง แต่ปมด้านความรัก

ไม่เล่าเรื่องย่อนะคะ.. อยากให้ไปดูกันเองมากกว่า จึงขอ review ในแง่ความรู้สึกประทับใจที่มีต่อหนังเรื่อง แฟนเดย์ นี้นะคะ.. ความประทับใจที่ได้จากหนังเรื่องนี้คือ
1. หนังสะท้อน ความจริงของมนุษย์ได้ดี ในแง่ของสังคม - เพราะคนส่วนใหญ่มักจะบอกว่า "ขอคนที่รักฉันจริงๆ ก็พอ" แต่ถ้าคนๆ นั้น เป็นคนที่ดูไม่ดีในสายตาใครๆ เชย เฉิ่ม ไม่โรแมนติก คนส่วนใหญ่ก็ไม่เอากันทั้งนั้นแหละ .. ซึ่งในเรื่องนางเอกก็มีนิสัยปกติของคนในสังคมปัจจุบันเลย คือไม่เอาผู้ชายแบบนี้แน่ๆ แต่พอได้รู้ซึ้งถึงความรักที่เขามอบให้ ถึงจะหันกลับมามองบ้าง แต่ในความเป็นจริง ก็ยากมากที่จะได้สมหวังนะ.. บอกเลย 55

2. ความรักทำให้คนเรามีพลัง - พลังที่จะยอมทำผิด ทำสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เพียงเพื่อให้ได้รัก.. นางเอกยอมเป็นเมียน้อย พระเอกยอมโกหกเพียงเพื่อขอเป็นแฟนกับนางเอก ความรักมันน่ากลัวจริงๆ ทำสิ่งผิดได้ แม้ในใจจะรู้ว่ามันผิดอยู่ลึกๆ ก็ตาม

3. หนังเรื่องนี้ ถ่ายทำที่ hokkaido ทำให้ คนไปดูเรื่องนี้ แล้วอยากไปฮอกไกโด ในทันที ถือเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวญี่ปุ่นมากๆ วิวสวย หิมะทั้งนั้น ถ้าถ่ายทำในเมืองไทย คงกระตุ้นการท่องเที่ยวได้ดีทีเดียวเชียว 

4. ใครที่ไปดูมาแล้ว โปรดอย่างทำแบบพระเอกคะ.. มันดูโรคจิตมากกว่า จะเป็นคนที่แอบรัก.. คือ ทำให้แต่ไม่บอก ติดตามทุกฝีก้าว บอกตามตรงในฐานะผู้หญิงคนนึง มันน่ากลัวมากกก อยู่ดีๆ มีคนรู้ข้อมูลทุกอย่างของเราทั้งหมด เยอะไปนิดนะ.. แต่หนังทำออกมาดูไม่โรคจิตมาก กลายเป็นโรแมนติก แทน.. 

5. ขอชื่นชมในนักแสดงมากๆ ทั้งน้องมิว และคุณเต๋อ เล่นได้เข้าถึงบทบาทมาก โดยเฉพาะน้องมิว บอกได้เลยว่า เล่นได้เป็นธรรมชาติมากๆ ความรู้สึกของผู้หญิงคนนึง กับทุกอาการ ตั้งแต่ความจำเสื่อม แล้วสงสัยว่า "กรูไปเป็นแฟนกับคนแบบนี้ได้ยังไง?" และการความรู้สึกที่โกดตัวเองที่รู้ว่า "ฉันเป็นเมียน้อย" 

ส่วนเต๋อ ก็เล่นได้ดีมากๆ ดูเนิร์ดๆ สมเป็นเด็ก it พูดแต่ภาษาคอมฯ 

6. ความทรงจำมีค่าเสมอ.. บางที คนเราก็ไม่ต้อง update status ตลอดเวลา หรือไม่ต้องถ่ายรูปร่วมกันเสมอก็ได้นะ.. ขอแค่อยู่ด้วยกันแล้วมีความสุข เก็บความทรงจำดีๆ นี้ไว้ แล้วจงสะสมความทรงจำดีๆ อย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆ ดังนั้นจงทำดีกับคนรอบข้าง และสร้างความทรงจำดีๆ ให้กับคนที่เรารักและรักเรากันนะคะ

7. รักกันได้ในวันเดียว - จริงๆ แล้วแค่วันเดียว ที่เราจะทำดีให้กัน และเปิดใจยอมรับในสิ่งรอบข้าง เพียงแต่ 1 วันก็มีความหมายมาก และทำให้คนเรารักกันได้จริงๆ

ถ้าถามว่า ดูแล้วให้กี่คะแนน? ถือว่า 8 เต็ม 10 นะ คือ ในความคิดส่วนตัว อยากมุกตลกให้เยอะกว่านี้อีกนิด จะดีมากๆ เลย ^^

FanDay

ปล. ไปดูที่เมเจอร์ปิ่นเกล้ามา ในวันและเวลาทำงาน ไม่น่าเชื่อว่า คนเกือบเต็มโรง กระแสดีมากจริงๆ ^__^ โดยก่อนไปก็ใช้ app ของ Major Movie Plus ในการเช็ครอบหนังว่ามีกี่โมง เพราะต้องไปทำงานต่อ ถือว่าสะดวกมากเลยทีเดียว 

ส่วนรายละเอียดอื่นๆ นั้น รวมถึงโปรฯ ต่างๆ แวะไปดูได้เลยที่ https://www.facebook.com/MajorGroup